จากกิจการขายเครื่องจักสานเล็กๆ ในปี 2515 ภายใต้ชื่อว่า ร้านพวงทอง มาเป็น พวงทองสรรพสินค้า ในปี 2532 ที่เป็นร้านมินิมาร์ทที่ติดเครื่องปรับอากาศรายแรกใน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา 


หลังจากเปิดกิจการได้ไม่นานปรากฎว่าใด้รับการยอมรับจากคนพื้นที่เป็นอย่างมาก ทำให้ในปี 2536 จึงลงทุนขยายกิจการด้วยการสร้างร้านเพิ่มขึ้นเพื่อรอบรับลูกค้าที่เพิ่มขึ้น โดยนำเงินที่หาได้ค่อยๆ สร้างไป แม้จะอยู่ในช่วงวิกฤติเศษฐกิจ และปัญหาการเมืองท้องถิ่น แต่ก็สามารถฝ่าฟัน จนในปี 2540 จึงเปิดร้านใหม่ ในชื่อ บริษัท พวงทองตลาดนัดติดแอร์ จำกัด ที่มีพื้นที่มากกว่า 2,000 ตารางเมตร โดยเป็นการขายสินค้ากึ่งซุปเปอร์มาร์เก็ตกึ่งสินค้าชาวบ้าน 

 







วันที่ 20 ธันวาคม 2547 ได้ทำการขยายกิจการ ด้วยการเปิดร้านค้าเพิ่มเป็นแห่งที่  4 ภายใต้ร้านค้าประเภท 
ร้านสะดวกซื้อ ที่มีพื้นที่การขายมากถึง     504  ตารางเมตร โดยทำการเปิดขายตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้ชื่อว่า บริษัท พวงทองตลอดวันตลอดคืน จำกัด






วันที่ 18 พฤศจิกายน 2550 ได้เปิดสาขาเพิ่มขึ้นเป็นแห่งที่ 5 หลังจากได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีเหมือนทุกครั้ง ภายใต้ชื่อว่า
บริษัท พวงทองซื้อง่ายขายถูก จำกัด ที่มีพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร 

   

               
                
ทุนจดทะเบียนบริษัท

 

บริษัท พวงทองสรรพสินค้า จำกัด             เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2534 ทุนจดทะเบียน 3,000,000 บาท

       

บริษัท พวงทองตลาดนัดติดแอร์ จำกัด       เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2540 ทุนจดทะเบียน 5,000,000 บาท

        

บริษัท พวงทองตลอดวันตลอดคืน จำกัด    เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2547  ทุนจดทะเบียน 3,000,000 บาท

 

บริษัท พวงทองซื้อง่ายขายถูก จำกัด         เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2550    ทุนจดทะเบียน 3,000,000 บาท

 

 
บทสัมภาษณ์ จาก  ฐานเศรษฐกิจ  ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๘

 

พวงทองแปดริ้ว ปรับตัวตัดตอน พลังบิ๊กค้าปลีก

กลยุทธ์การตลาดของห้างภูธรจะมีความแตกต่างกันแล้วแต่สภาพพื้นที่ พฤติกรรมผู้บริโภค รวมไปถึงสายป่านของผู้ประกอบการแต่ละคน กลุ่มห้างพวงทอง แห่งอำเภอพนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา หรือเมืองแปดริ้ว แม้ว่าจะไม่ใช่กลุ่มธุรกิจใหญ่โตเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มธุรกิจจากส่วนกลาง แต่ก็เป็นอีกกลุ่มทุนภูธรอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าจับตามองเพราะกลุ่มทุนนี้สามารถยึดพื้นที่ในอำเภอสารคามและเขตพื้นที่ใกล้เคียง วันนี้ฐานเศรษฐกิจได้ สัมภาษณ์ นางพวงทอง วรรณีเวชศิลป์ ประธานกรรมการกลุ่มห้าง ถึงกลยุทธ์การกินรวบทั้งตลาด และ การขยายสาขา รวมไปถึงการรักษาฐานลูกค้าพวงทอง

มีแนวทางในการปรับตัวอย่างไรบ้าง
ร้านเดิมก็คงสไตล์เดิมๆ พอการบริโภคของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปเราก็จะเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจตามผู้บริโภค เราก็พัฒนาร้านตามโดยไม่ทำให้ตรงกับโมเดิร์นเทรด จึงต้องคิดหาวิธีการที่ไม่ซ้ำและไม่เหมือนใครและลื่นไหลไปตามสังคมได้ซึ่งเราเปิดสาขาต่างๆในอำเภอพนมสารคาม 4 สาขาคือ ร้านพวงทองสาขา 1 พวงทองสรรพสินค้า พวงทองตลาดนัดติดแอร์ พวงทองตลอดวันตลอดคืน แต่ละแห่งจะมีคอนเซ็ปต์ที่ต่างกัน

การเปิดสาขาถึง 4 สาขาไม่เป็นการแย่งลูกค้ากันเองหรือ
ไม่ อย่างที่บอกไว้การเปิดสาขาของเราแต่ละแห่งจะมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ไม่เหมือนกันเพราะเราจะพัฒนาไปเรื่อยๆ สาขาแรกเรามาจากโชห่วยตอบสนองความต้องการลูกค้าระดับล่างมีทุกอย่างที่ลูกค้าต้องการทั้งถ่าน น้ำมันยาง เบ็ดตกปลา ฯลฯ สาขาสองเราคือพวงทองสรรพสินค้าซึ่งมี 2 คูหาเป็นลักษณะแบบซุปเปอร์มาร์เก็ตก็จะมีลูกค้าระดับกลางและสูงขึ้นมา ช่วงนั้นเซเว่นเขาก็มาเปิด ทางพวงทองก็เลยลองทำบ้างเป็นการยกระดับร้านเราซึ่งก็ได้รับการยอมรับจากลูกค้า สินค้าส่วนใหญ่จะมีมาตราฐานมีระดับขึ้นมาคือได้รับอย. หรือตราสินค้าต่างๆ

พอโมเดิร์นเทรดเริ่มออกตามหัวเมืองเราก็ต้องขยับระดับธุรกิจของเราขึ้นมาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงคือตั้งห้างพวงตลาดนัดติดแอร์ซึ่งถือว่าเป็นห้างพวงทองสาขา 3 ซึ่งจะคงรูปแบบของพวงทองไว้ ใช้คอนเซ็ปง่ายๆคือ เป็นลักษณะตลาดนัดติดแอร์โดยเราเป็นผู้ดำเนินการเองซึ่งจะได้บรรยากาศแบบเดินตลาด แต่เย็นสบายเพราะอยู่ในห้องแอร์ กระทั่งสาขา 4 คือห้างพวงทองตลอดวันตลอดคืน ซึ่งเราดูจากเซเว่นฯ เขายังทำได้ทั้งที่สินค้าก็น้อยกว่า เพวงทองราจึงพัฒนาระบบขึ้นมาอีกระดับหนึ่งเพื่อยืดเวลาดำเนินการให้ครบ 24 ชั่วโมงสนองความต้องการของลูกค้าในชุมชน

ท้าแข่งกับเขาเซเว่นโดยตรงหรือเปล่า
เราไม่แข่งกับเซเว่นเพราะเราต้องการให้ตัวเราอยู่รอดให้ได้โดยพัฒนาไปแนวทางลักษณะความเป็นพวงทองให้มาเปิดตลอดวันตลอดคืนซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบการพัฒนาศักยภาพของห้างเราซึ่งลูกค้าก็ให้การตอบรับเป็นอย่างดี อย่าเรียกว่าแข่งจะดีกว่าเพวงทองน้นแข่งกับตนเองและสนองความต้องการของผู้บริโภค

อย่างนี้เรียกกินรวบทั้งตลาดหรือเปล่า

เรียกว่าอะไรก็ได้เพราะเราทำธุรกิจก็ต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในรูปแบบต่างๆ ที่สำคัญการขยายสาขาทั้ง 4 แห่ง ดูผิวเผินเหมือนว่าจะตัดลูกค้ากันเองแต่ในความเป็นจริงเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกระดับในชุมชนมากกว่า เราไม่ได้มีฐานลูกค้าเฉพาะในพนมสารคาม แต่รวมไปถึงพื้นที่ใกล้เคียงจนถึงปราจีนบุรีด้วยเหตุนี้จึงทำให้ ลูกค้ามีหลายระดับ นี่แหละคือเอกลักษณ์หนึ่งของความเป็น พวงทอง

ความเป็นพวงทองคืออะไร
ความเป็นพวงทองคือ ความเป็นตัวของเราที่มีเอกลักษณ์แบบห้างภูธรซึ่งยังเน้นความเป็นชนบท มีสินค้าที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของลูกค้าในพื้นที่เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าหลัก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ต้องการจัดหมวดหมู่ทุกอย่างต้องเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนห้างอื่นๆ ที่สำคัญสินค้าต้องราคาต่ำ และถ้าลูกค้ามีปัญหาก็สามารถร้องเรียนกับผู้จัดการหรือเจ้าของได้ตลอด นอกจากนี้ยังเน้นความเป็นกันเองแบบคนไทย

ทำไมสินค้าพวงทองราคาถูกมากกว่าท้องตลาด

เราทำธุรกิจถึงแม้ว่าจะมีหลายสาขาแต่เราก็ทำแบบครอบครัวค่าบริหารจัดการจะต่ำ ไม่ได้จ้างคนนอกเข้ามาบริหารเพราะทุกคนมีศักยภาพที่จะนำพาองค์กรไปในทิศทางเดียวกัน อย่างตัวเราเองก็เป็นได้ทั้งผู้จัดการประชาสัมพันธ์และเจ้าของ สามีก็เป็นผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างและกรรมการบริษัท ส่วนแผนกบุคคล บัญชีบริหารจัดการก็เป็นของลูกๆ ด้วยเหตุนี้ที่ทำให้เราลดต้นทุนในเรื่องค่าบริหารจัดการได้เยอะ อีกส่วนหนึ่งทางซัพพลายเออร์ก็ได้เข้ามาช่วยพอสมควร อย่างทุกๆ 3 เดือนเราจะจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าเพื่อกระตุ้นตลาดซึ่งซัพพลายเออร์แต่ละรายที่เราไปขอความร่วมมือก็ยินดีให้การช่วยเหลือ

ผลตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง
ดีมาก เราเรียกโปรโมชั่นนี้ว่านาทีทอง คือเป็นการนำสินค้าที่เรามีมาดัมส์ราคาให้ต่ำกว่าครึ่ง ภายใต้จำนวนจำกัดอย่างน้ำมันพืชขวดละ 40 บาท เรานำมาขายเพียงแค่ 20 บาท 100 ขวด คนมาซื้อก็จะแย่งกัน เราก็แจกคูปองในช่วง 11.00 น และ 18.00 น ลูกค้าของเราเขาก็จะมารอคูปองนี้โดยคนแจกคูปองจะกระจายกันตามจุดต่างๆ พอลูกค้าได้คูปองเขาก็จะฉีกส่วนหางมาให้พนักงานของห้าง พอถึงเวลาก็จะจัดฉลากเช่น รอบนี้น้ำมันพืชลด 100 ขวด ราคาต่ำกว่า 50% รอบหน้าน้ำปลา รอบต่อไปน้ำข้นหวาน โปรโมชั่นของเราได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีโดยเราจะเวียนกันไปใน 4 สาขา

จะมีการขยายสาขาเพิ่มหรือเปล่า
คิดว่าในอนาคตน่าจะมีเพราะเราชอบขยายธุรกิจ ขณะนี้กำลังมองหาทำเลเราไม่ได้เน้นว่าต้องเป็นในฉะเชิงเทรา แต่เราจะไม่ให้คนนอกไปบริหารแทนคนในครอบครัวเพราะมีตัวอย่างให้เห็นมาก ผู้จัดการหลายคนมักจะดำเนินธุรกิจแบบลูกจ้างคือเขาเป็นคนสั่งของแต่เราต้องเป็นคนจ่าย อย่างขายนมไป 1 กระป๋องแต่สั่งเข้ามา 1 โหล นั่นเท่ากับว่าเราต้องสต็อกไว้ 11 กระป๋องและต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อนมมา 1โหลโดยไม่รู้ว่าจะขายได้ตอนไหน แต่ถ้าเป็นเราเองต้องขายไปแล้ว 6 กระป๋องถึงจะสั่งเข้ามา 1โหล

มีแนวโน้มที่จะขยายสาขาปราจีนบุรีหรือเปล่า
ถ้าเป็นปราจีนฯ เรามองว่าน่าจะลงทุนขยายสาขาแต่ต้องลงทุนสร้างพร้อมกันสามแห่ง คือตลาดเก่า ตลาดรถไฟ ตลาดใหม่ เพื่อคนที่จะได้ติดปากเป็นการสร้างแบรนด์โดยใช้กลยุทธปากต่อปาก อย่างเขาไปตลาดเก่าก็เจอ พวงทองมาตลาดรถไฟก็เจอพวงทอง และมาตลาดใหม่ก็เจอพวงทอง เพื่อทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยกับชื่อพวงทอง การขยายสาขาในลักษณะแบบนี้ไม่จำเป็นต้องทุ่มทุนมหาศาลเราไม่จำเป็นต้องยึดพื้นที่ใจกลางเมือง คุณก็เห็นว่าสาขานี้อยู่ในซอยแต่มีลูกค้าแน่น เพราะเขาคุ้นเคยกับพวงทองทั้งเรื่องบริการด้วยความเป็นกันเองและสินค้าที่ราคาถูก ที่สำคัญการบริหารสไตล์ครอบครัวมีความยืดหยุ่นสูง